หลายคนยกตำแหน่งดาวเด่นในงาน CES 2011 มหกรรมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่จัดในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกาให้แก่แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน แต่แท้จริงแล้ว ยังมีอีกหลายอุปกรณ์ที่มีแนวโน้มเป็นสีสันให้แก่อุตสาหกรรมไอทีในอนาคต ทั้งหมดล้วนมีโอกาสเปลี่ยนโฉมชีวิตประจำวันของชาวไซเบอร์ในภายหน้า ซึ่งเชื่อว่าจะนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดในปีต่อไป
งาน CES 2011 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 ม.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าผู้ชมงานทะลุ 126,000 คน จาก 130 ประเทศ ท่ามกลางกองทัพนวัตกรรมจากบริษัทเทคโนโลยีมากกว่า 2,700 รายทั้งในและนอกสหรัฐฯ
1. 3 มิติแบบ 360 องศา
เทคโนโลยี

บริษัท Innovision Labs นำระบบแสดงภาพสามมิติที่สามารถชมได้ 360 องศามาแสดงในงาน CES 2011 โดยสาธิตระบบที่บริษัทให้ชื่อว่า "HoloAD" ด้วยการโชว์รูปแหวนซึ่งมีลักษณะเป็นภาพระบบโฮโลกราฟิก หรือการยิงแสงขึ้นมาแสดงภาพบนอากาศเพื่อจำลองภาพวัตถุที่สมจริง
Innovision Labs วางแผนนำระบบ HoloAD มาประยุกต์ใช้ในการโฆษณา คาดหวังให้ภาพสมจริงสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ดีกว่าภาพเคลื่อนไหวปกติ
2. เทอร์โมมิเตอร์ยูเอสบี

เทอร์โมมิเตอร์ไฮเทค USB Insta-scan Thermometer ของบริษัท Ion Health ถูกนำมาแสดงในฐานะส่วนหนึ่งของกองทัพเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพซึ่งถือเป็นอีกสีสันหลักในงาน CES ปีนี้ ข้อมูลระบุว่า USB Insta-scan Thermometer สามารถวัดอุณหภูมิร่างกายได้ในขณะที่ตัวเครื่องอยู่ห่างจากผิวหนังไม่เกิน 1.2 นิ้ว และสามารถโอนถ่ายข้อมูลอุณหภูมิสู่คอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อยูเอสบี 2.0 เพื่อความแม่นยำในการประมวลผลบนซอฟต์แวร์สุขภาพของ Ion ซึ่งใช้ชื่อซอฟต์แวร์ว่า Ion Health Suite
Ion Health Suite นั้นเป็นชุดซอฟต์แวร์เพื่อการคำนวณและวัดสมรรถภาพร่างกายมนุษย์แบบอัจริยะ ยังไม่มีรายงานค่าใช้จ่ายของ Ion Health Suite ในขณะนี้ มีเพียงราคา Ion Health Suite ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 90 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,700 บาท นอกจากเทอร์โมมิเตอร์ Ion ยังโชว์ตัวเครื่องวัดความดันโลหิตยูเอสบีในชื่อ USB Blood Pressure Monitor ด้วย ซึ่งมีลักษณะการทำงานแบบเดียวกัน
3. ลูกบากศ์เกมไร้สาย

Sifteo คืออุปกรณ์เล่นเกมทรงลูกบากศ์ที่สามารถตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวด้วยการแสดงภาพบนหน้าจอสีได้แบบไร้สาย ตัว Sifteo แต่ละเครื่องสามารถสื่อสารข้อมูลดิจิตอลระหว่างกันได้โดยไร้สายเช่นกัน
ข้อมูลระบุว่า Sifteo จะจำหน่ายเป็นชุด ผู้เล่นจะนำกล่องสี่เหลี่ยมขนาด 1.5 นิ้วนี้มาวางต่อกันสไตล์ Puzzle ขณะนี้มีเกมให้ดาวน์โหลดมาติดตั้งได้ 6 เกมในขณะนี้ ผู้เล่นสามารถต่อ Sifteo ได้สูงสุด 6 ตัว อายุการใช้งาน Sifteo คือ 4 ชั่วโมงต่อการชาร์จแบตเตอรี 1 ครั้ง ภายในใช้ CPU แบบ 32 บิต หน้าจอขนาด 128 x 128 พิกเซล น้ำหนัก 35 กรัม
4. Angry Birds ตัวจริง

จากเดิมที่เป็นเพียงจุดพิกเซลในแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ วันนี้นกโกรธหรือ Angry Birds ของบริษัท Mattel ได้แจ้งเกิดเป็น "board game" หรือของเล่นที่ผู้เล่นจะสามารถเหนี่ยวตุ๊กตานกพิโรธผ่านสลิงเส้นจิ๋วใส่หมูขี้ขโมยได้ด้วยนิ้วมือ 2 ข้าง
นี่คือ 1 ในความเคลื่อนไหวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่ขยายตัวของโลกแอปพลิเคชันเคลื่อนที่มาสู่โลกออฟไลน์ โดยตุ๊กตา Angry Birds ซึ่งมีดีกรีเป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมสูงสุดจะจำหน่ายในราคาเริ่ม 14.99 เหรียญสหรัฐ คาดว่าจะเริ่มต้นทำตลาดในเดือนพฤษภาคม
5. จุดชาร์จไฟรถไฟฟ้าจาก GE

รถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มได้รับความนิยมแน่นอนในอนาคต เพื่อตอบความต้องการที่จะเกิดขึ้น GE จึงโชว์ตัวจุดชาร์จไฟฟ้ารถยนต์ยุคหน้าในชื่อ Residential WattStation โดยสาธิตกับรถยนต์ Chevrolet Volt เพื่อให้เห็นว่าผู้ขับขี่จะสามารถใช้งานรถคันนี้ได้ต่อเนื่อง 4-8 ชั่วโมง
Resdient WattStation มีกำหนดทำตลาดช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มแพร่หลายจริงจังในปี 2012
6. การ์ดกล้องจุสมใจ

อุปกรณ์คอมแพกต์แฟลชซึ่งใช้กันมากในกล้องดิจิตอลนั้นถูกพัฒนาอีกขั้นเมื่อ Sandisk เปิดตัว 128 GB Extreme Pro คอมแพกต์แฟลชที่มีความจุสูงถึง 128 กิกะไบต์ ความเร็วในการเขียนสูงสุด 100 mb/sec สนนราคาขายปลีก 1,499 เหรียญสหรัฐ
7. กีตาร์ไร้เส้น

เซียนกีตาร์อาจจะงงหากได้เจอ "Kitara" ผลงานจากบริษัท Misadigital Instruments เพราะนี่คือกีตาร์ดิจิตอลที่ใช้หน้าจอสัมผัสแสดงภาพเส้นเอ็นกีตาร์ ตัวกีตาร์จะสามารถส่งเสียงได้ตามแรงหนักเบาที่ผู้เล่นลงน้ำหนักลงบนหน้าจอ ให้เสียงที่แตกต่างสไตล์เดียวกับกีต่าร์ตัวจริง
Kitara มีกำหนดวางตลาดในเดือนเมษายน สนนราคาเครื่องละ 2,899 เหรียญ (สำหรับรุ่นที่ตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียม) และ 849 เหรียญสำหรับรุ่นโพลีเมอร์
8. บลูทูธข้อมือ

บริษัทสัญชาติออสเตรเลียนาม FishPhonic โชว์ตัว "Earzee" ชุดหูฟังบลูทูธแบบสวมข้อมือที่สามารถทำงานได้ไม่ต่างจากชุดหูฟังบลูทูธไร้สาย ผู้สวมใส่ Earzee ที่ข้อมือจะสามารถโทร.ออกหรือรับสายผ่านชิ้นส่วนที่เหน็บไว้ระหว่างนิ้วได้อย่างสะดวก โดยเสียงพูดคุยจะสามารถส่งผ่านไปทางไมโครโฟนที่ฝังอยู่ในบริเวณข้อมือ
Earzee มีกำหนดวางตลาดเดือนมีนาคม ราคาปลีกราว 29.95 เหรียญ
9. นาฬิกาปลุกออนไลน์

นาฬิกาปลุกปี 2011 ไม่ใช่ธรรมดาไก่กาเพราะ "Webby" คือนาฬิกาพันธุ์ใหม่ที่สามารถออนไลน์และแสดงภาพมัลติมีเดียได้ ผลงานการพัฒนาของบริษัทนาม Promelt สัญชาติอิตาเลียนสามารถแสดงภาพยนตร์ เพลง ข้อมูลพยากรณ์อากาศ รวมถึงรายการทีวี สนนราคาปลีกเริ่มที่ 99 เหรียญ มีคิวลงตลาดที่เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส และเยอรมนี
10. รถอนาคตจาก GM

GM นำคอนเซ็ปต์รถไฟฟ้าเพื่อการขับขี่ในเมืองในชื่อ EN-V Jiao (Electric-Networked Vehicle - Pride) มาสาธิตในงาน CES 2011 ภายในมาพร้อม 2 ที่นั่ง ถูกออกแบบมาให้จอดได้ง่าย ใช้พลังงานน้อย และราคาประหยัด
จุดเด่นของ EN-V คือความสามารถในการหมุนรอบได้ 360 องศา สามารถเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ระหว่างอัตโนมัติ และการขับด้วยตนเอง ยังไม่มีกำหนดการจำหน่ายจริงในขณะนี้
11. กล้องพร้อมรีโมตคอนโทรล

Casio Tryx คือชุดกล้องดิจิตอลที่มาพร้อมรีโมตคอนโทรล์สำหรับการสั่งงานระยะไกล ความเก๋ไก๋ของ Tryx คือการติดล้อเลื่อนให้กล้องดิจิตอลสามารถกลับหลัง ห้อยตัว รวมถึงเคลื่อนไหวในหลายรูปแบบเพื่อการถ่ายภาพจากหลากมุมมององศา มาพร้อมกล้องดิจิตอลความละเอียด 12 ล้านพิกเซล หน้าจอสว่างพิเศษระบบสัมผัส 3 นิ้ว มีHigh-Speed CS และ Speed Super Resolution Zoom เพื่อการถ่ายภาพที่คมชัด
งาน CES 2011 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 ม.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าผู้ชมงานทะลุ 126,000 คน จาก 130 ประเทศ ท่ามกลางกองทัพนวัตกรรมจากบริษัทเทคโนโลยีมากกว่า 2,700 รายทั้งในและนอกสหรัฐฯ
1. 3 มิติแบบ 360 องศา
เทคโนโลยี
บริษัท Innovision Labs นำระบบแสดงภาพสามมิติที่สามารถชมได้ 360 องศามาแสดงในงาน CES 2011 โดยสาธิตระบบที่บริษัทให้ชื่อว่า "HoloAD" ด้วยการโชว์รูปแหวนซึ่งมีลักษณะเป็นภาพระบบโฮโลกราฟิก หรือการยิงแสงขึ้นมาแสดงภาพบนอากาศเพื่อจำลองภาพวัตถุที่สมจริง
Innovision Labs วางแผนนำระบบ HoloAD มาประยุกต์ใช้ในการโฆษณา คาดหวังให้ภาพสมจริงสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ดีกว่าภาพเคลื่อนไหวปกติ
2. เทอร์โมมิเตอร์ยูเอสบี
เทอร์โมมิเตอร์ไฮเทค USB Insta-scan Thermometer ของบริษัท Ion Health ถูกนำมาแสดงในฐานะส่วนหนึ่งของกองทัพเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพซึ่งถือเป็นอีกสีสันหลักในงาน CES ปีนี้ ข้อมูลระบุว่า USB Insta-scan Thermometer สามารถวัดอุณหภูมิร่างกายได้ในขณะที่ตัวเครื่องอยู่ห่างจากผิวหนังไม่เกิน 1.2 นิ้ว และสามารถโอนถ่ายข้อมูลอุณหภูมิสู่คอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อยูเอสบี 2.0 เพื่อความแม่นยำในการประมวลผลบนซอฟต์แวร์สุขภาพของ Ion ซึ่งใช้ชื่อซอฟต์แวร์ว่า Ion Health Suite
Ion Health Suite นั้นเป็นชุดซอฟต์แวร์เพื่อการคำนวณและวัดสมรรถภาพร่างกายมนุษย์แบบอัจริยะ ยังไม่มีรายงานค่าใช้จ่ายของ Ion Health Suite ในขณะนี้ มีเพียงราคา Ion Health Suite ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 90 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,700 บาท นอกจากเทอร์โมมิเตอร์ Ion ยังโชว์ตัวเครื่องวัดความดันโลหิตยูเอสบีในชื่อ USB Blood Pressure Monitor ด้วย ซึ่งมีลักษณะการทำงานแบบเดียวกัน
3. ลูกบากศ์เกมไร้สาย
Sifteo คืออุปกรณ์เล่นเกมทรงลูกบากศ์ที่สามารถตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวด้วยการแสดงภาพบนหน้าจอสีได้แบบไร้สาย ตัว Sifteo แต่ละเครื่องสามารถสื่อสารข้อมูลดิจิตอลระหว่างกันได้โดยไร้สายเช่นกัน
ข้อมูลระบุว่า Sifteo จะจำหน่ายเป็นชุด ผู้เล่นจะนำกล่องสี่เหลี่ยมขนาด 1.5 นิ้วนี้มาวางต่อกันสไตล์ Puzzle ขณะนี้มีเกมให้ดาวน์โหลดมาติดตั้งได้ 6 เกมในขณะนี้ ผู้เล่นสามารถต่อ Sifteo ได้สูงสุด 6 ตัว อายุการใช้งาน Sifteo คือ 4 ชั่วโมงต่อการชาร์จแบตเตอรี 1 ครั้ง ภายในใช้ CPU แบบ 32 บิต หน้าจอขนาด 128 x 128 พิกเซล น้ำหนัก 35 กรัม
4. Angry Birds ตัวจริง
จากเดิมที่เป็นเพียงจุดพิกเซลในแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ วันนี้นกโกรธหรือ Angry Birds ของบริษัท Mattel ได้แจ้งเกิดเป็น "board game" หรือของเล่นที่ผู้เล่นจะสามารถเหนี่ยวตุ๊กตานกพิโรธผ่านสลิงเส้นจิ๋วใส่หมูขี้ขโมยได้ด้วยนิ้วมือ 2 ข้าง
นี่คือ 1 ในความเคลื่อนไหวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่ขยายตัวของโลกแอปพลิเคชันเคลื่อนที่มาสู่โลกออฟไลน์ โดยตุ๊กตา Angry Birds ซึ่งมีดีกรีเป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมสูงสุดจะจำหน่ายในราคาเริ่ม 14.99 เหรียญสหรัฐ คาดว่าจะเริ่มต้นทำตลาดในเดือนพฤษภาคม
5. จุดชาร์จไฟรถไฟฟ้าจาก GE
รถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มได้รับความนิยมแน่นอนในอนาคต เพื่อตอบความต้องการที่จะเกิดขึ้น GE จึงโชว์ตัวจุดชาร์จไฟฟ้ารถยนต์ยุคหน้าในชื่อ Residential WattStation โดยสาธิตกับรถยนต์ Chevrolet Volt เพื่อให้เห็นว่าผู้ขับขี่จะสามารถใช้งานรถคันนี้ได้ต่อเนื่อง 4-8 ชั่วโมง
Resdient WattStation มีกำหนดทำตลาดช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มแพร่หลายจริงจังในปี 2012
6. การ์ดกล้องจุสมใจ
อุปกรณ์คอมแพกต์แฟลชซึ่งใช้กันมากในกล้องดิจิตอลนั้นถูกพัฒนาอีกขั้นเมื่อ Sandisk เปิดตัว 128 GB Extreme Pro คอมแพกต์แฟลชที่มีความจุสูงถึง 128 กิกะไบต์ ความเร็วในการเขียนสูงสุด 100 mb/sec สนนราคาขายปลีก 1,499 เหรียญสหรัฐ
7. กีตาร์ไร้เส้น
เซียนกีตาร์อาจจะงงหากได้เจอ "Kitara" ผลงานจากบริษัท Misadigital Instruments เพราะนี่คือกีตาร์ดิจิตอลที่ใช้หน้าจอสัมผัสแสดงภาพเส้นเอ็นกีตาร์ ตัวกีตาร์จะสามารถส่งเสียงได้ตามแรงหนักเบาที่ผู้เล่นลงน้ำหนักลงบนหน้าจอ ให้เสียงที่แตกต่างสไตล์เดียวกับกีต่าร์ตัวจริง
Kitara มีกำหนดวางตลาดในเดือนเมษายน สนนราคาเครื่องละ 2,899 เหรียญ (สำหรับรุ่นที่ตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียม) และ 849 เหรียญสำหรับรุ่นโพลีเมอร์
8. บลูทูธข้อมือ
บริษัทสัญชาติออสเตรเลียนาม FishPhonic โชว์ตัว "Earzee" ชุดหูฟังบลูทูธแบบสวมข้อมือที่สามารถทำงานได้ไม่ต่างจากชุดหูฟังบลูทูธไร้สาย ผู้สวมใส่ Earzee ที่ข้อมือจะสามารถโทร.ออกหรือรับสายผ่านชิ้นส่วนที่เหน็บไว้ระหว่างนิ้วได้อย่างสะดวก โดยเสียงพูดคุยจะสามารถส่งผ่านไปทางไมโครโฟนที่ฝังอยู่ในบริเวณข้อมือ
Earzee มีกำหนดวางตลาดเดือนมีนาคม ราคาปลีกราว 29.95 เหรียญ
9. นาฬิกาปลุกออนไลน์
นาฬิกาปลุกปี 2011 ไม่ใช่ธรรมดาไก่กาเพราะ "Webby" คือนาฬิกาพันธุ์ใหม่ที่สามารถออนไลน์และแสดงภาพมัลติมีเดียได้ ผลงานการพัฒนาของบริษัทนาม Promelt สัญชาติอิตาเลียนสามารถแสดงภาพยนตร์ เพลง ข้อมูลพยากรณ์อากาศ รวมถึงรายการทีวี สนนราคาปลีกเริ่มที่ 99 เหรียญ มีคิวลงตลาดที่เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส และเยอรมนี
10. รถอนาคตจาก GM
GM นำคอนเซ็ปต์รถไฟฟ้าเพื่อการขับขี่ในเมืองในชื่อ EN-V Jiao (Electric-Networked Vehicle - Pride) มาสาธิตในงาน CES 2011 ภายในมาพร้อม 2 ที่นั่ง ถูกออกแบบมาให้จอดได้ง่าย ใช้พลังงานน้อย และราคาประหยัด
จุดเด่นของ EN-V คือความสามารถในการหมุนรอบได้ 360 องศา สามารถเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ระหว่างอัตโนมัติ และการขับด้วยตนเอง ยังไม่มีกำหนดการจำหน่ายจริงในขณะนี้
11. กล้องพร้อมรีโมตคอนโทรล
Casio Tryx คือชุดกล้องดิจิตอลที่มาพร้อมรีโมตคอนโทรล์สำหรับการสั่งงานระยะไกล ความเก๋ไก๋ของ Tryx คือการติดล้อเลื่อนให้กล้องดิจิตอลสามารถกลับหลัง ห้อยตัว รวมถึงเคลื่อนไหวในหลายรูปแบบเพื่อการถ่ายภาพจากหลากมุมมององศา มาพร้อมกล้องดิจิตอลความละเอียด 12 ล้านพิกเซล หน้าจอสว่างพิเศษระบบสัมผัส 3 นิ้ว มีHigh-Speed CS และ Speed Super Resolution Zoom เพื่อการถ่ายภาพที่คมชัด
ง CES 2011
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น